
โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 11 สาย อ.เด่นชัย - ลำปาง ตอน แยกแม่แขม - บ.มาย ตอน 1
ทางหลวงหมายเลข 11 (ทล.11) คือ เส้นทางสายประธานแนวเหนือ - ใต้ ที่เชื่อมต่อระหว่างภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีจุดเริ่มต้นที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี และสิ้นสุดที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีความยาวประมาณ 563 กิโลเมตร และเชื่อมโยงจังหวัดสำคัญ เช่น นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ ลำปาง และลำพูน โครงการทางหลวงหมายเลข 11 สาย อ.เด่นชัย - ลาปาง ตอน แยกแม่แขม - บ.มาย ตอน 1 เป็นโครงการเพื่อพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินสายหลัก ให้มีประสิทธิภาพและรองรับปริมาณการจราจรทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
ที่มีแนวโน้มเป็นโครงข่ายทางหลวงที่สำคัญเชื่อมต่อระหว่าง จ.ลำปาง และ จ.แพร่ ปัจจุบันเป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร และมีบางช่วงได้ทำการขยายช่องจราจรไปแล้ว จึงมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินสายหลัก ให้มีประสิทธิภาพและรองรับปริมาณการจราจรทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการก่อสร้างเพื่อสนับสนุน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขันได้ของประเทศ สอดคล้องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566 - 2570) ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม โดยมีเป้าหมายการควบคุมระดับการให้บริการ (Serviceability) ความปลอดภัย (Safety) และเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง (Mobility)
ช่วยเสริมโครงข่ายสำคัญทางภาคเหนือตอนบน เชื่อมโยงระหว่าง ทล.1 กับ ทล.101 ตามแนวตะวันออก - ตะวันตก เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศของประเทศไทยดีขึ้น มีการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น การเดินทางด้วยระบบขนส่ง สาธารณะในเขตเมืองเพิ่มขึ้น และทาให้การสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลดลง สามารถรองรับปริมาณการจราจรในปัจจุบันและที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เป็นการอานวยความสะดวก ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางหลวงโดยสมบูรณ์ต่อไป สำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง เป็นผู้ว่าจ้าง โดยมี บริษัท แพร่ธำรงวิทย์ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง โดยตกลงรับจ้างเหมา
ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 11 สาย อ.เด่นชัย - ลำปาง ตอน แยกแม่แขม - บ.มาย ตอน 1 ระหว่าง กม.413+800.000 - กม.420+066.000 รวมระยะทางประมาณ 6.266 กิโลเมตร รวมงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟกระพริบบนทางหลวง เมื่อโครงการฯ ก่อสร้างทางหลวงสายนี้แล้วเสร็จจะเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจราจร ในการอานวยความสะดวกรวดเร็ว เกิดความปลอดภัยในการสัญจรบนทางหลวง และรองรับการจราจรที่มีปริมาณมากขึ้นบนถนนทางหลวง เพื่อยกระดับการให้บริการ
อำนวยความสะดวกสบายให้แก่ประชาชนที่สัญจรในพื้นที่และสัญจรผ่าน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค รวมทั้งยังส่งเสริมศักยภาพการกระจายความเจริญทางด้านเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
ที่มีแนวโน้มเป็นโครงข่ายทางหลวงที่สำคัญเชื่อมต่อระหว่าง จ.ลำปาง และ จ.แพร่ ปัจจุบันเป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร และมีบางช่วงได้ทำการขยายช่องจราจรไปแล้ว จึงมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินสายหลัก ให้มีประสิทธิภาพและรองรับปริมาณการจราจรทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการก่อสร้างเพื่อสนับสนุน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขันได้ของประเทศ สอดคล้องแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566 - 2570) ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม โดยมีเป้าหมายการควบคุมระดับการให้บริการ (Serviceability) ความปลอดภัย (Safety) และเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง (Mobility)
ช่วยเสริมโครงข่ายสำคัญทางภาคเหนือตอนบน เชื่อมโยงระหว่าง ทล.1 กับ ทล.101 ตามแนวตะวันออก - ตะวันตก เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศของประเทศไทยดีขึ้น มีการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น การเดินทางด้วยระบบขนส่ง สาธารณะในเขตเมืองเพิ่มขึ้น และทาให้การสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลดลง สามารถรองรับปริมาณการจราจรในปัจจุบันและที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เป็นการอานวยความสะดวก ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางหลวงโดยสมบูรณ์ต่อไป สำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง เป็นผู้ว่าจ้าง โดยมี บริษัท แพร่ธำรงวิทย์ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง โดยตกลงรับจ้างเหมา
ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 11 สาย อ.เด่นชัย - ลำปาง ตอน แยกแม่แขม - บ.มาย ตอน 1 ระหว่าง กม.413+800.000 - กม.420+066.000 รวมระยะทางประมาณ 6.266 กิโลเมตร รวมงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟกระพริบบนทางหลวง เมื่อโครงการฯ ก่อสร้างทางหลวงสายนี้แล้วเสร็จจะเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจราจร ในการอานวยความสะดวกรวดเร็ว เกิดความปลอดภัยในการสัญจรบนทางหลวง และรองรับการจราจรที่มีปริมาณมากขึ้นบนถนนทางหลวง เพื่อยกระดับการให้บริการ
อำนวยความสะดวกสบายให้แก่ประชาชนที่สัญจรในพื้นที่และสัญจรผ่าน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค รวมทั้งยังส่งเสริมศักยภาพการกระจายความเจริญทางด้านเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ
